ให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี จูงใจผู้ประกอบการให้เข้าสู่ระบบ “หอพัก”

 กฎหมายนี้ แบ่งหอพักออกเป็นสองประเภท ได้แก่ “หอพักสถานศึกษา” คือ หอพักที่มีผู้ประกอบกิจการเป็นสถานศึกษา และ “หอพักเอกชน” คือ หอพักที่มีผู้ประกอบการเป็นบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่สถานศึกษา ซึ่งยังแบ่งออกเป็น หอพักชาย และ หอพักหญิง

แมนชั่น - ไดอิจิ แมนชั่น

การจดทะเบียนเป็น “หอพัก” ตามพระราชบัญญัตินี้นำมาซึ่งหน้าที่ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการและผู้จัดการหอพัก หากผู้ประกอบการเลือกเปิดห้องเช่าเป็นกิจการประเภทอพาร์ทเม้นต์ หรือชื่อเรียกอื่นก็อาจไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบมากมายเหล่านี้ ดังนั้นพระราชบัญญัตินี้จึงกำหนดให้มีระบบ “ประกาศเกียรติคุณ” หอพัก โดยคณะกรรมการจะมีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประกาศเกียรติคุณหอพัก และให้การสนับสนุน ให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีแก่หอพักที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้

สิทธิประโยชน์และการสนับสนุนที่หอพัก

จะได้รับเมื่อหอพักได้รับประกาศเกียรติคุณ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการลดหย่อนภาษีหรือยกเว้นภาษีเงินได้ในกรณีพิเศษ, ลดหย่อนภาษีหรือยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน, การสนับสนุนด้านการเงินหรือวัสดุอุปกรณ์, การสนับสนุนด้านอื่นๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

 หลักเกณฑ์และวิธีการในการประกอบกิจการหอพัก

พระราชบัญญัติหอพักฉบับนี้ กำหนดหลักเกณฑ์การประกอบกิจกรรมหอพักเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบกันระหว่างผู้ประกอบการกับผู้พัก จึงมีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ไว้ เช่น

  1. จะเรียกเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าได้ไม่เกินอัตราค่าเช่าสามเดือน โดยให้นำเงินค่าเช่าล่วงหน้ามาเป็นค่าเช่าสำหรับสามเดือนสุดท้ายของสัญญาเช่า แต่หากว่าเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดจะขอเงินค่าเช่าล่วงหน้าคืนไม่ได้
  2. จะเรียกเก็บเงินประกันได้ไม่เกินอัตราค่าเช่าหนึ่งเดือน และต้องคืนเงินประกันให้แก่ผู้พักในวันที่สัญญาเช่าสิ้นสุดลง ตามจำนวนที่เหลืออยู่หลังจากหักค่าเสียหายแล้ว
  3. ผู้จะขอใบอนุญาตประกอบกิจการหอพัก ต้องมีความพร้อมด้าน สถานที่ตั้ง สิ่งแวดล้อม และสุขลักษณะของหอพัก ห้องนอน ห้องน้ำ และห้องส้วม สถานที่สำหรับรับประทานอาหารหรือต้อนรับผู้เยี่ยมเยียนและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พัก ระบบสาธารณูปโภคและระบบรักษาความปลอดภัย
  4. ผู้ประกอบการต้องแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย

 

 

 

Comments are closed.