สาระดีๆเกี่ยวกับผ้าม่านแบบจีบและแบบพับ

ผ้าม่านมีหลายชนิด หลายรูปแบบ แต่ละแบบก็จะมีเอกลักษณ์ ความเหมาะสม  อารมณ์ และบรรยากาศที่ต่างกัน หรือเพื่อคุณสมบัติบางอย่าง ที่ทำให้ม่านมีมากกว่าคำว่าผ้าม่าน เนื่องจากม่านยังมีวัสดุอีกหลายชนิด ทีนำมาใช้เพื่อปิดบังไม่ว่าเรื่องของการกันแดด กันแสง กันร้อน สะท้อนความร้อน หรือปิดบังสายตา  ด้วยความเหมาะสม ความสวยงาม หรือเหตุผลอื่นๆ ทำให้ม่านมีการ การพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเป็นไปตามยุคสมัย และที่สำคัญเป็นไปตามความต้องการของมนุษยที่ต้องการไม่มีที่สิ้นสุดที่ต้องสวย แตกต่าง และหนีความจำเจ ในแง่ของความแตกต่างทำให้ม่านแตกแยกย่อย โดยการนำวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ เช่น ในเรื่องของการก้นน้ำ กันไฟ กันแสง กรองแสง ปรับแสง หรืออื่นๆ ทำให้เกิดวัสดุที่เรานำมาใช้ทำม่านซึ่งมีมากมายหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติเด่นของตัวเองแตกต่างกันไป

– ม่านจีบ เป็นม่านที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเพราะสามารถเข้าได้กับการตกแต่งบ้านในทุกสไตล์ อยู่ที่การเลือกสีและเนื้อผ้าโดยเวลาดึงม่านปิดจะไม่มีช่องว่างให้แสงผ่านได้เลย จุดเด่นคือ ระยะห่างของจีบผ้าม่านจะเท่าๆกัน ต่างจากม่านคอกระเช้า แล้วม่านตาไก่ ที่จะต้องคอยจัดผ้าให้ช่องเท่ากันม่านจีบสามารถติดผ้าได้ 2 ชั้นคือผ้าม่านโปร่ง หรือ ม่านโปร่ง และ ม่านทึบ โดยใช้รางแยกกัน สามารถใส่รางตัวซีหรือจะใส่รางโชว์เพื่อเพิ่มความสวยงาม

– ม่านม้วน เป็นลักษณะแบบแกนม้วนสปริง โดยจะเก็บไว้ด้านบนเพื่อความเรียบร้อยและประหยัดพื้นที่ ม่านม้วนมีข้อดีหลายอย่างเพราะนอกจากป้องกันความร้อนและลดความสว่างของแสงได้ดีแล้วม่านม้วนยังใช้งานง่ายสะดวก ปรับความสูงได้ตามที่ต้องการ ทำความสะอาดง่าย ไม่เก็บฝุ่นใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อยและใช้ได้กับหน้าต่างบานเล็กไปจนถึงบานใหญ่มากๆด้วยรูปแบบที่ทันสมัย จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ติดตั้งทั้งในออฟฟิศและที่อยู่อาศัย